skip to Main Content
มะเร็งปอด ถึงไม่สูบก็เสี่ยง

มะเร็งปอด ถึงไม่สูบก็เสี่ยง!

มะเร็งปอด เป็นสาเหตุลำดับต้น ๆ ของการเสียชีวิตทั้งชายและหญิงในประเทศไทย แต่อัตราการรอดชีวิตของมะเร็งปอดเพิ่มมากขึ้นในแต่ละปีเมื่อเทียบกับมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งรังไข่ และมะเร็งเต้านม
มะเร็งปอดเป็นมะเร็งชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นในปอด ปอดเป็นอวัยวะที่มีลักษณะคล้ายฟองน้ำ มีอยู่ 2 ข้างในอกของคุณซึ่งรับออกซิเจนเมื่อคุณหายใจเข้าและปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เมื่อคุณหายใจออก สำหรับคนที่สูบบุหรี่จะมีความเสี่ยงมากที่จะเกิดมะเร็งปอด หรือผู้ที่ไม่ได้สูบบุหรี่ก็สามารถเกิดโรคมะเร็งได้ ความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งปอดจะเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาและจำนวนของบุหรี่ที่คุณสูบเข้าไปยิ่งสูบมากยิ่งมีความเสี่ยงมากขึ้น แต่หากคุณเลิกสูบบุหรี่ได้ คุณก็จะลดโอกาสในการเกิดมะเร็งปอดได้อย่างมาก

มะเร็งปอด สาเหตุ

แพทย์เชื่อว่าส่วนใหญ่สาเหตุหลักของการเกิดโรคมะเร็งปอดก็มาจากการสูบบุหรี่ โอกาสการเกิดมะเร็งนั้นมีทั้งในผู้ที่สูบบุหรี่เองและคนที่ได้รับหรือสูดดมควันบุหรี่เข้าไป ซึ่งในควันบุหรี่เต็มไปด้วยสารก่อมะเร็ง ทำให้เกิดปฏิกิริยาการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อในปอด
ในตอนแรกที่เกิดการเปลี่ยนแปลงในปอดอาจจะมีการซ่อมแซมรักษาได้ แต่เมื่อได้รับสารก่อมะเร็งมาก ๆ ขึ้น ทำให้เซลล์ผิดปกติมีมากขึ้นจนทำให้อาจกลายเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด

มะเร็งปอด สาเหตุ

ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดมะเร็งปอด

มีหลายปัจจัยที่จะทำให้มีโอกาสเสี่ยงเกิดโรคมะเร็งปอดมากขึ้น ปัจจัยเสี่ยงบางอย่างเราสามารถคควบคุมได้ เช่นการเลิกสูบบุหรี่ และปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้เช่น การที่มีคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคมะเร็ง

ปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดมะเร็งได้แก่

  • การสูบบุหรี่ : ความเสี่ยงของมะเร็งปอดจะเพิ่มมากขึ้นถ้าคุณสูบบุหรี่มากในแต่ละวัน และเป็นเวลานาน การเลิกสูบบุหรี่สามารถลดความเสี่ยงของมะเร็งปอดได้อย่างมาก
  • การได้รับควันบุหรี่ : แม้ว่าคุณจะไม่ได้สูบบุหรี่แต่ถ้าคุณได้สูดดมควันบุหรี่เข้าไปก็จะมีโอกาสในการเกิดมะเร็งปอดเพิ่มขึ้นเช่นกัน
  • การได้รับก๊าซเรดอน : ก๊าซเรดอนเกิดจากการสสารยูเรเนียมตามธรรมชาติในดิน หิน และน้ำ ซึ่งจะระเหยเข้าไปในอากาศที่อยู่รอบตัวคุณ ที่คุณอาจสูดดมเข้าไป
  • การได้รับสารก่อมะเร็งอื่น ๆ : การได้รับสารก่อมะเร็งชนิดอื่น ๆ เช่น สารหนู โครเมียม และนิกเกิล สิ่งเหล่านี้ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่สูบบุหรี่
  • คนในครอบครัวมีประวัติเป็นมะเร็งปอด : การที่มีคนในครอบครัวมีประวัติในการเป็นมะเร็งปอดทำให้เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งมากขึ้น

มะเร็งปอด อาการ

มะเร็งปอดในระยะแรก ๆ หรือกำลังเริ่มเกิดเป็นเซลล์มะเร็ง จะยังไม่มีอาการแสดงออกที่ชัดเจน กว่าจะส่งสัญญาณหรือเริ่มมีอาการที่ชัดเจนก็เป็นระยะที่มาก ๆ ขึ้นแล้ว หรืออาจจะช้าไปสำหรับการรักษาแล้ว อาการของโรคมะเร็งปอดอาจจะแสดงออกดังนี้

  • มีอาการไอไม่หาย และไอปนเลือด : มะเร็งปอดอาจทำให้เกิดเลือดออกในทางเดินหายใจซึ่งอาจทำให้คุณไอเป็นเลือดออกมา บางครั้งอาจมีเลือดออกมามาก
  • หายใจถี่ เหนื่อยหอบ : ผู้ที่เป็นมะเร็งปอดจะหายใจถี่ หากมะเร็งโตขึ้นทำให้ปิดกั้นทางเดินหายใจ และยังมีการสะสมของเหลวที่อยู่รอบ ๆ ปอด ทำให้ปอดขยายตัวยากขึ้น เมื่อหายใจเข้า
  • มีอาการเจ็บหน้าอก : ของเหลวในปอด (เยื่อหุ้มปอดไหล) มะเร็งปอดสามารถทำให้มีของเหลวสะสมอยู่บริเวณรอบปอด ของเหลวที่สะสมอยู่ในหน้าอกทำให้เจ็บหน้าอก หายใจถี่ หายใจลำบากขึ้น
  • เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
  • มีอาการปวด : มะเร็งปอดระยะแพร่กระจาย ไปยังเยื่อบุของปอด หรือไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ทำให้มีอาการปวดในส่วนต่าง ๆ

เมื่อเซลล์มะเร็งแพร่กระจายไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น สมอง และกระดูก ทำให้เกิดอาการปวดหัว คลื่นไส้ และอาการปวดตามอวัยวะต่าง ๆ

มะเร็งปอด อาการ

มะเร็งปอดมีกี่ระยะ

มะเร็งปอดมีการแบ่งเป็นระยะต่าง ๆ ตามลักษณะอาการของเซลล์มะเร็งและอาการของผู้ป่วย ถ้าเราสามารถตรวจเจอได้เร็วตั้งแต่ระยะแรกเริ่มก่อนที่จะมีการแพร่กระจายจะทำให้มีโอกาสในการรักษาประสบความสำเร็จมากขึ้น

  • ระยะที่หนึ่ง (1) : มีเซลล์มะเร็งก่อตัวอยู่ในปอด มีขนาดประมาณไม่เกิน 1 ซม. ยังไม่แพร่กระจายออกไปนอกปอด
  • ระยะที่สอง (2) : มะเร็งที่อยู่ในปอด เริ่มกระจายตัวไปที่ต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียง มีขนาดประมาณ 3 – 5 ซม.
  • ระยะที่สาม (3) : มะเร็งอยู่ในปอดและต่อมน้ำเหลืองตรงกลางหน้าอก
  • ระยะที่สามเอ (3A) : มะเร็งนั้นพบได้ในต่อมน้ำเหลือง แต่จะอยู่ที่หน้าอกด้านเดียวกัน และกระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณรอบ ๆ หลอดลม อาจลามไปถึงกระบังลมที่อยู่ข้างเดียวกัน
  • ระยะที่สามบี (3B) : มะเร็งแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองที่ด้านตรงข้ามของหน้าอกหรือต่อมน้ำเหลืองเหนือกระดูกไหปลาร้า
  • ระยะที่สี่ (4) : มะเร็งแพร่กระจายไปยังปอดทั้งสองข้าง และแพร่ไปยังบริเวณรอบ ๆ ปอดหรือไปยังอวัยวะที่อยู่ไกลออกไป

การรักษา มะเร็งปอด

การรักษามะเร็งปอดนั้นมีหลายวิธีในการรักษาขึ้นอยู่กับอาการของโรคมะเร็ง ระยะของมะเร็ง และสุขภาพร่างกายของผู้ป่วยว่าสามารถรับการรักษาด้วยวิธีไหนได้ โดยแพทย์จะวางแผนแนวทางการรักษาไว้สำหรับผู้ป่วยแต่ละคน

  • การผ่าตัด : สำหรับมะเร็งปอดระยะที่ 1 หรือ 2 ส่วนใหญ่จะใช้การผ่าเอาก้อนมะเร็งที่ปอดและต่อมน้ำเหลืองออกให้หมด
  • เคมีบำบัด : เป็นยาฉีดเข้าเส้นเลือด โดยเป็นการกำจัดและยับยั้งไม่ให้เซลล์มะเร็งเติบโต หรือขยายใหญ่มากขึ้น
  • ฉายแสง : เป็นการใช้รังสีปริมาณที่สูงฉายโดยตรงเข้าไปสู่บริเวณที่มีการเกิดเซลล์มะเร็งปอด เพื่อเข้าไปกำจัดเซลล์มะเร็ง สำหรับเนื้องอกที่มีขนาดเล็กมากอาจใช้วิธีการรักษาด้วยรังสีชนิดพิเศษที่เรียกว่า Stereotactic Radiotherapy แทนการผ่าตัด
  • ยาพุ่งเป้า : การให้ยาผ่านการทานหรือผ่านทางเส้นเลือดเพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์มะเร็งเติบโตและไม่ให้แพร่กระจาย
การรักษา มะเร็งปอด

นอกจากนี้ยังมีการรักษาแนวทางใหม่ซึ่งเป็นที่แพร่หลายและได้รับความนิยมมากทางฝั่งสหรัฐอเมริกาและยุโรปคือ การรักษาแบบ “ภูมิคุ้มกันบำบัด” โดยเป็นการรักษาแบบธรรมชาติไร้ผลข้างเคียง ซึ่งเป็นการกระตุ้นภูมิกันในการกำจัดเชื้อโรค เชื้อรา เชื้อไวรัส และเชื้อแบคทีเรีย รวมไปถึงเซลล์ผิดปกติต่าง ๆ หรือเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ นวัตกรรมใหม่ล่าสุด ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเบต้าซีไอ สารสกัดธรรมชาติจาก เบต้ากลูแคน และเฮสเพอริดิน สิทธิบัตรจากประเทศสหรัฐอเมริกา ช่วยส่งเสริมการรักษาแบบภูมิคุ้มกันบำบัด ด้วยการไปช่วยเสริมการกระตุ้นสร้างเม็ดเลือดขาว NK Cell และ CD4/CD8 ทำให้เม็ดเลือดขาวทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการกำจัดเซลล์มะเร็ง และผลิตภัณฑ์เบต้าซีไอ ยังช่วยในการเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง และปรับฮอร์โมนให้ทำงานเป็นปกติอีกด้วย ศึกษาผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม คลิ๊ก…

ผลิตภัณฑ์เบต้าซีไอ สารสกัดจากธรรมชาติ
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
แฟนเพจ Facebook
Back To Top